แทนที่จะสวยกลับป่วยไม่รู้ตัว! สาว ๆ ระวังไว้ กินอาหารเสริมมากเกินไประวังตับพัง

lead image

กินวิตามิน อาหารเสริมมาก ๆ เพราะอยากสุขภาพดี แต่รู้ไหมแทนที่จะทำให้ร่างกายแข็งแรง นี่อาจเป็นตัวการร้ายที่ทำให้ตับพังแทนซะงั้น

เพราะทุกวันนี้คนเราหันมาสนใจสุขภาพมากขึ้น แต่ละคนจึงพยายามสรรหาวิธีที่จะทำให้ตัวเองมีสุขภาพแข็งแรง ปราศจากโรคภัย บางคนก็ใช้วิธีออกกำลังกายและกินอาหารให้ครบห้าหมู่ แต่บางคนแค่ทำงานก็แทบจะไม่เหลือเวลาไปทำอย่างอื่นแล้ว แค่นอนยังไม่ค่อยจะได้นอน เพราะฉะนั้นเรื่องออกกำลังกายคงไม่ต้องพูดถึง อาหารการกินก็เน้นแต่อะไรที่ง่าย ๆ เร็ว ๆ เลยเลือกที่จะดูแลสุขภาพด้วยการ กินวิตามิน หรือ อาหารเสริม อะไรที่มีคนบอกว่าดีก็กินหมด เพื่อหวังว่าร่างกายจะได้รับสารอาหารที่เพียงพอในแต่ละวัน บางคนก็ลามไปถึงอาหารเสริมเพื่อความงาม ให้ขาวให้ผอม ผิวเต่งตึง แต่รู้หรือไม่ว่าการกินอาหารเสริมแบบนี้ นอกจากจะไม่ช่วยให้เราสุขภาพดีขึ้นแล้ว ยังอาจส่งผลร้ายต่อสุขภาพมากอย่างคาดไม่ถึงเลยทีเดียว

กินวิตามิน ดีไหม

กินวิตามิน อาหารเสริมมาก ตับพัง

ต่อให้วิตามินจะเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ แต่ถ้ากินมากเกินไปก็จะกลายเป็นโทษได้เหมือนกัน เพราะวิตามินที่ได้รับเข้าไปเกินความต้องการจะต้องถูกขับออกจากร่างกาย ซึ่งตับมีหน้าที่ในการกำจัดของเสียออกจากร่างกาย เมื่อเรากินวิตามินเข้าไปมาก ๆ ติดต่อกันเป็นเวลานาน ตับก็จะต้องทำงานหนักและไม่สามารถทำลายของเสียออกมาได้ทัน จนทำให้เกิดส่วนเกินค้างอยู่ภายในและทำลายเนื้อตับจนเกิดอันตรายได้

จะรู้ได้อย่างไรว่าควรกินวิตามินหรืออาหารเสริมเพิ่มเติมหรือไม่

คนส่วนใหญ่ชอบคิดว่าในเมื่อวิตามินคือสารอาหารที่ดีต่อร่างกาย ถ้างั้นก็ "กินเผื่อ" เอาไว้ก็ได้ จะได้มั่นใจว่าเราจะไม่ขาดสารอาหาร แต่จริง ๆ แล้วการกินเผื่อไว้จะส่งผลเสียมากกว่าผลดี เพราะคนเราได้รับสารอาหารต่าง ๆ จากอาหารที่เรากินในแต่ละวันอยู่แล้ว ถ้าเรากินเสริมเข้าไปอีกก็อาจจะทำให้เราได้รับสารอาหารเกินความจำเป็นจนตับต้องทำงานหนัก

กินวิตามิน ดีไหม

หากคิดว่าตัวเองได้รับสารอาหารไม่เพียงพอจริง ๆ ก็สามารถกินวิตามินหรืออาหารเสริมได้ค่ะ

ซึ่งอาการที่บ่งบอกว่าเราขาดวิตามินก็มีดังนี้

  • ขาดวิตามินเอ ทำให้เกิดอาการอ่อนเพลีย เมื่อยล้า เสี่ยงต่อการเกิดปัญหาทางสายตา ภาวะผิวแห้ง ผมแห้ง หรือคันระคายเคืองที่ผิวหนัง
  • ขาดวิตามินบี ทำให้เกิดภาวะโลหิตจาง  มือชา เมื่อยล้า อ่อนเพลีย ซึมเศร้า ผิวหนังอักเสบ หรือปากนกกระจอก
  • ขาดวิตามินซี ทำให้เกิดอาการอ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ ผิวแห้ง ผมแตกปลาย เกิดรอยฟกช้ำได้ง่าย เลือดออกตามไรฟัน เหงือกบวม โรคลักปิดลักเปิด และภูมิคุ้มกันร่างกายต่ำทำให้ป่วยง่าย
  • ขาดวิตามินดี เสี่ยงต่อการเกิดโรคกระดูกพรุน เกิดอาการปวดตามกระดูก กล้ามเนื้ออ่อนแรง
  • ขาดธาตุเหล็ก ทำให้เกิดภาวะโลหิตจาง อาการอ่อนเพลีย เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดพัฒนาการช้าทางร่างกาย การเคลื่อนไหว และกระบวนการคิด
  • ขาดแคลเซียม ทำให้เป็นตะคริวได้ง่าย อาการกล้ามเนื้อหดเกร็งบริเวณมือและเท้า ปวดเกร็งหน้าท้อง หรืออาจนำไปสู่ภาวะกระดูกบางและโรคกระดูกพรุนได้ในที่สุด

ถ้าหากมีอาการเหล่านี้ก็ควรไปปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร เพื่อให้ประเมินให้ว่าเราควรได้รับวิตามินเสริมในปริมาณเท่าไหร่ถึงจะพอดีกับที่ร่างกายต้องการนะคะ

แต่ถ้าใครที่ดูแลสุขภาพร่างกายเป็นอย่างดี และกินอาหารครบ 5 หมู่ทุกวันอยู่แล้วก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องกินอาหารเสริมอีกค่ะ

ภาพและข้อมูลมีลิขสิทธิ์เจ้าของโดย บริษัท ทิคเกิ้ลมีเดีย จำกัด ไม่อนุญาตให้คัดลอกข้อมูล และรูปภาพนำไปเผยแพร่ต่อ ไม่ว่าวิธีใดๆ ถ้าฝ่าฝืนทางบริษัทฯจะดำเนินการตามกฎหมาย เว้นแต่ได้มีการขออนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรกับทางบริษัทฯเรียบร้อยแล้ว

Credit : www.paolohospital.co , www.pobpad.com

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

12 อาหารไฟเบอร์สูง แต่แคลน้อย ช่วยลดน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ

9 พฤติกรรมที่บอกว่าคุณติดหวาน แย่แน่ถ้าไม่รีบปรับ!!

วิธีแก้อาการติดหวาน ทำยังไงเมื่อกินหวานมากเกินไปจนเป็นอันตรายต่อสุขภาพ

บทความโดย

kamonchanok