ชีวิตของชายร่างใหญ่ Sinon Loresca ที่โรยด้วยน้ำตา กว่าจะมาเป็น King of catwalk

ชีวิตของชายร่างใหญ่ Sinon Loresca ที่โรยด้วยน้ำตา กว่าจะมาเป็น King of catwalk

ชีวิตของชายร่างใหญ่Sinon Loresca ที่โรยด้วยน้ำตา กว่าจะมาเป็น King of catwalk 

ชีวิตของชายร่างใหญ่Sinon Loresca ที่โรยด้วยน้ำตา กว่าจะมาเป็น King of catwalk ภาพของผู้ชายกล้ามใหญ่ผิวคมเข้ม เดินบนส้รสูงกรีดกรายและชวนให้มองจนมีผู้ติดตามมากมายกว่า 1 ล้านคน ใน Social Media ทุกครั้งไม่ว่าจะในภาพถ่ายหรือใน วิดีโอที่เค้าเผยแพร่ออกมานั้นมีสดชื่น มีความสุขจนเราคนดูอดยิ้มตามไม่ได้ แต่ใครจะรู้ว่าภายใต้รอยยิ้มความสนุกสนานที่ทำให้ทุกคนมีความสุขนั้น เส้นทางที่เค้าเดินมาไม่ง่าย ไม่มีกลีบกุหลาบที่โปรยไว้แต่ตรงกันข้ามมันมีน้ำตามากกว่าบนทางเดิน 

ชีวิตของชายร่างใหญ่ Sinon Loresca

ชีวิตของชายร่างใหญ่ Sinon Loresca

 

ชีวิตของชายร่างใหญ่Sinon Loresca

Sinon Loresca เป็นชาวฟิลิปปินส์ ทุกครั้งที่เค้าเล่าเรื่องราวชีวิตมันมีความเจ็บปวดตามมาทุกครั้ง  Sinon เกิดในครอบครัวที่มีพี่น้อง 4 คน เป็นคนสุดท้อง และเหมือนกับหลายๆ ครอบครัวในเอเชียหรือแม้แต่ครอบครัวในประเทศไทย เค้าถูกมองว่าเป็น  แกะดำของครอบครัว พ่อกับแม่ไม่ยอมรับกับความจริงที่ว่ามีลูกชายเป็นเกย์ และ Sinon ก็ไม่ได้เลือกหรือพยายามที่จะปิดบังตัวตน สมันแต่สมัยเริ่มเรียนมัธยม เค้ารู้ตัวและเริ่มแสดงออกถึงตัวตนที่แท้จริง และจะมีคนเอาไปเล่าให้พ่อฟังบ่อยๆ ทุกครั้งพ่อของเค้าจะปฎิเสธ ความทรงจำในวัยเด็กดูจะโหดร้ายสำหรับเค้าเพราะ Sinon  ถูกทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจต่อหน้าเพื่อนๆ หนึ่งที่พ่อแม่พูดกับเค้า ‘ฉันขอให้แกตายยังดีกว่ามีลูกเป็นเกย์’ คำนี้เจ็บปวดมาก เด็กที่โตมาในบ้านที่ถูกพ่อกับแม่ตัวเองเกลียดมันสาหัสมาก พอเรียนจบไฮสกูล Sinon เลือกที่จะออกไปใช้ชีวิตด้วยตัวเอง

 

 

เมื่อเค้าออกจากบ้านและย้ายมาอยู่กับญาติที่มะนิลา และการมาอยู่มะนิลาก็ทำให้เค้าแกร่งขึ้น ญาติของเขาอาศัยอยู่ในกองขยะ ทุกเช้าเราจะตื่นมาเจอกับกองขยะกองใหญ่เท่าภูเขา ผมกับญาติก็จะเข้าไปเก็บพวกเศษอาหารต่างๆ มาปรุงเพื่อกินประทังชีวิต หาเงินด้วยการเก็บพวกขวดน้ำ กระป๋องน้ำพลาสติกต่างๆ ไปขาย เป็นช่วงชีวิต

 

แม้ชีวิตเราจะลำบาก แต่เค้าก็ไม่ท้อหรือหยุดฝัน  ในที่สุดก็มีผู้หญิงใจดีท่านหนึ่งให้โอกาสรับ เป็นแม่บ้าน ตอนนั้นเองที่เค้าได้เรียนรู้หลายอย่าง การทำความสะอาดบ้าน การทำอาหาร ทำงานเป็นแม่บ้านอยู่ประมาน 8 เดือน เพราะที่ฟิลิปปินส์ถ้าคุณเรียนไม่จบปริญญาตรีคุณแทบจะไม่มีโอกาสได้งานดีๆ แต่ตอนนั้นก็คิดว่าถึงจะเรียนมาไม่สูง แต่ถ้าใช้ชีวิตด้วยพลังบวกวันหนึ่งเราจะต้องประสบความสำเร็จ และ “จุดเปลี่ยนสำคัญ ของชีวิตคือวันที่พี่สาวโทรมาหา ตอนนั้นเราไม่รู้เลยว่าพี่สาวไปใช้ชีวิตอยู่ที่ลอนดอนตั้งแต่เมื่อไหร่เพราะไม่ได้ติดต่อกันมาเกือบ 6 ปีแล้ว

พี่สาวโทรมาชวนเราย้ายไปอยู่กับเขาที่ลอนดอน ตอนนั้นดีใจจนบอกไม่ถูก ชีวิตเรากำลังจะก้าวไปอีกขั้น แต่ไม่รู้เลยว่าในขณะที่พี่สาวโทรมานั้นพี่สาวกำลังป่วยหนัก  และต้องการให้เราเอาไตให้ข้างหนึ่ง  เค้าไม่ลังเลเลยที่จะตอบตกลงเพราะเชื่อเสมอว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในชีวิตนี้ เค้าจะต้องช่วยเหลือคนในครอบครัว การมอบไตให้พี่สาวไม่ใช่เพื่อตัวเอง แล้วก็ไม่ใช่เพื่อพี่สาว แต่เพื่ออนาคตของหลานชาย (ลูกของพี่สาว) ที่จะได้เติบโตอย่างมีความสุขในครอบครัวที่มีพร้อมหน้าทั้งพ่อและแม่  

3 เดือนหลังการผ่าไตของเค้าและพี่สาว เค้าก็ได้ข่าวจากทางฟิลิปปินส์ว่าพ่อเสียแล้ว แต่ทั้งเค้าและพี่สาวยังอยู่ในช่วงพักฟื้นจึงไม่สามารถบินไปร่วมงานศพได้ สิ่งหนึ่งที่เสียดายคือยังไม่เคยได้บอกพ่อเลยว่า “เค้าให้อภัยพ่อ” ส่วนหนึ่งต้องขอบคุณพ่อด้วยที่ทำให้เข้มแข็งและเป็นตัวเองในวันนี้ ทุกครั้งที่มีคนทำร้ายเค้าจะบอกกับตัวเองว่านี่แหละคือแรงผลักดันขนานเยี่ยม

เมื่อใช้ชีวิตอยู่ที่ลอนดอนต่อเค้าก็ได้พบกับอดีตสามีผู้เปลี่ยนชีวิตไปตลอดกาล การพบกันเปิดโอกาสให้ได้พบผู้คนใหม่ๆ ในสังคมใหม่ๆ เหมือนเป็นการเปิดประตูสู่โลกอีกใบ เริ่มทำงานเป็นพนักงานขายในร้านแฟชั่นแบรนด์ที่ลอนดอน ได้เรียนรู้ภาษาอังกฤษเป็นครั้งแรกเพราะก่อนหน้านั้นพูดได้แค่ 2 คำคือ Yes กับ No ด้วยความชอบดูวิดีโอแฟชั่นโชว์ โดยเฉพาะแฟชั่นโชว์ชุดชั้นในวิกตอเรีย  ประกวดมิสยูนิเวิร์ส และะชอบฝึกเดินแบบเหมือนในทีวี ช่วงอยู่ลอนดอนเวลาอยู่บ้านคนเดียวก็จะฝึกเดินหน้ากระจกแล้วก็รู้สึกว่า ท่วงท่าตัวเองเป็นผู้หญิงมาก  จากนั้นเลยไปเรียนเดินแบบ ได้ลองทำจริงๆ แล้วชอบมาก   เลยลองทำวิดีโอออกมาเล่นๆ ปรากฏว่ากลายเป็นคลิปไวรัลที่คนแชร์ต่อๆ กันและโด่งดังมาก ไม่ใช่แค่ในฟิลิปปินส์แต่เป็นระดับโลก ถึงขั้นมีรายการทีวีที่ฟิลิปปินส์ติดต่อมาชวนไปเป็นนักแสดง จนถึงตอนนี้เล่นหนังไปแล้ว 5 เรื่อง ซีรีย์อีก 2 เรื่อง ได้รับเชิญไปเดินแฟชั่นโชว์ที่ต่างประเทศอย่างสิงคโปร์ อินโดนีเซีย ไต้หวัน จีน และไทย 

 “ด้วยรูปลักษณ์ของเค้าหลายคนอาจไม่เข้าใจว่าคำจำกัดความว่าคืออะไรกันแน่ เพราะเค้าไม่ใช่สาวประเภทสอง แต่เป็นเกย์ที่แต่งตัวเป็นผู้หญิง ใส่ส้นสูง มีกล้าม (เข้ายิม 5 ครั้งต่อสัปดาห์) ไว้หนวด เดินแบบผู้หญิง ไม่แต่งหน้าและไม่ใช่ Drag ด้วย ดังนั้นทั้งหมดนี้คือตัวเค้า คือสไตล์เฉพาะตัวของเค้าโดยไม่อิงกับคำจำกัดความที่เคยมีมา ติดตามอ่านเรื่องของ Sinon Loresca เพิ่มเติมได้ที่  www.vogue.co.th/fashion/article/sinonlescainterview

 

 

ข้อมูลอ้างอิงจาก : www.vogue.co.th 

                               www.instagram.com/sinonloresca/

บทความเกี่ยวข้อง 

ส่องประวัติ สร้างแรงบันดาลใจไปกับ “กันยา เชสเซอร์” นางแบบสาวไทยที่ไม่ใช่พิการแต่พิเศษ

ส่องลุคสุดปังของ ปู ไปรยา ตัวแทนสาวไทยที่ได้ไปเฉิดฉายในงาน New York Fashion Week

สวยน่ะเนี่ย! 10 ลุคแจ่มๆ ซิสเตอร์ไอรีนจาก The Nun

 

บทความโดย

Weerati