วิธีแก้อาการติดหวาน ทำยังไงเมื่อกินหวานมากเกินไปจนเป็นอันตรายต่อสุขภาพ

วิธีแก้อาการติดหวาน ทำยังไงเมื่อกินหวานมากเกินไปจนเป็นอันตรายต่อสุขภาพ

รู้ไหมว่าของหวานก็ทำให้เราเสพติดได้ แถมทำร้ายสุขภาพเราได้อย่างมากในระยะยาว แล้วถ้าติดหวานไปแล้วจะทำยังไงดี มาดู วิธีแก้อาการติดหวาน กันเลย!

"ติดหวาน" คืออะไร  ติดหวานก็คือการที่เราชอบกินอาหารที่มีรสหวานมาก ๆ จนติดนั่นเองค่ะ ซึ่งอาการที่บ่งบอกว่าเรากำลังติดหวานมีดังนี้ 9 พฤติกรรมที่บอกว่าคุณติดหวาน ซึ่งอย่างที่รู้กันว่าการกินหวานมากเกินไปไม่ดีต่อสุขภาพแน่ เพราะนอกจากจะทำให้อ้วนแล้ว ในระยะยาวยังทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพตามมาอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นโรคเบาหวาน โรคหัวใจ ความดันโลหิต ดังนั้นใครที่มีอาการ ติดหวาน ล่ะก็ต้องรีบแก้และปรับพฤติกรรมโดยด่วน เพราะสุขภาพถ้าเสียไปแล้วเราเอาคืนมาไม่ได้นะคะ ส่วน วิธีแก้อาการติดหวาน นั้นมีอะไรบ้าง วันนี้ Her Style Asia ก็ได้รวบรวมมาฝากทุกคนแล้วค่ะ

1. ค่อย ๆ ลดการกินขนมหวานลง

วิธีแก้อาการติดหวาน

อยู่ดี ๆ จะให้งดการกินขนมไปเลยคงเป็นเรื่องยากเกินไป อีกทั้งการที่เราจะงดของหวานแบบกะทันหันจะทำให้เราหงุดหงิดอารมณ์แปรปรวนอีกด้วย เพราะฉะนั้นใช้วิธีค่อย ๆ ลดปริมาณลงจากเดิมจะดีกว่าค่ะ อย่างเช่น ปกติกินคุกกี้ครั้งละ 10 ชิ้น ก็เหลือกินแค่ 5 ชิ้น แล้วค่อย ๆ ลดลงไปเรื่อย ๆ ค่ะ

2. หัดพูดคำว่าหวานน้อยให้ติดปาก

สำหรับสาว ๆ ที่ติดเครื่องดื่มพวก ชา กาแฟ ชานมไข่มุก ก็หัดกินแบบหวานน้อยค่ะ เพื่อจะได้ลดปริมาณน้ำตาลที่ได้รับลง และเป็นการปรับลิ้นให้เคยชินกับรสชาติที่หวานน้อยลงด้วยค่ะ ส่วนใครที่กินวันละหลาย ๆ แก้วล่ะก็ เลิกด่วนเลย ห้ามกินเกินวันละ 1 แก้วเด็ดขาดค่ะ

3. ลดความถี่ในการกินลง

ถ้าเริ่มกินได้น้อยลงต่อครั้งแล้ว คราวนี้มาลดความถี่ในการกินลงค่ะ เช่น ปกติจะกินขนมเค้กทุกวันก็เป็น 2-3 วันจะกินชิ้นนึง หรือกินอาทิตย์ละครั้งเป็นการให้รางวัลตัวเองก็พอ เมื่อเราเริ่มเว้นไปได้เรื่อย ๆ ก็จะเลิกกินได้ในที่สุดค่ะ

4. ดื่มน้ำเปล่าเยอะ ๆ

วิธีแก้อาการติดหวาน

การดื่มน้ำจะช่วยลดความอยากกินของหวานได้ อีกทั้งยังช่วยเติมความสดชื่นให้กับร่างกาย และทำให้ผิวพรรณสดใสด้วยค่ะ

5. ไม่กินน้ำผลไม้

น้ำผลไม้ที่วางขายส่วนใหญ่มีปริมาณน้ำตาลผสมอยู่เยอะมาก อีกทั้งยังแทบไม่มีสารอาหารหลงเหลืออยู่เลย ถ้าชอบกินน้ำผลไม้ล่ะก็ เปลี่ยนจากน้ำผลไม้สำเร็จรูปเป็นน้ำผลไม้คั้นสดที่ไม่เติมน้ำตาลแทนนะคะ

6. กินผลไม้แทนของหวาน

วิธีแก้อาการติดหวาน

ใครที่ชอบกินขนมจุกจิกระหว่างวันลองเปลี่ยนจากการกินขนมหวาน ๆ มาเป็นผลไม้สดแทนดีกว่าค่ะ แช่เย็นหน่อย รับรองว่าหวานเย็นชื่นใจยิ่งกว่ากินขนมแน่นอน แถมไม่ทำลายสุขภาพด้วยค่ะ

7. ลดขนมหวานเพิ่มอาหารมื้อหลัก

ความหิวจะทำให้เราอยากกินของหวานมากขึ้น เพราะฉะนั้นถ้าใครหิวบ่อยลองเพิ่มอาหารมื้อหลักดู จาก 3 เป็น 4 มื้อต่อวัน แล้วเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ จะดีกว่าการกินขนมหวานเข้าไปเยอะ ๆ นะคะ

8. กินผักและผลไม้ให้เยอะขึ้น

วิธีแก้อาการติดหวาน

ในผักผลไม้มีไฟเบอร์ที่จะช่วยให้เราอิ่มได้นานขึ้น พอเราไม่หิวเราก็จะอยากกินของหวานน้อยลงค่ะ

9. เลิกปรุงอาหาร

บางคนติดนิสัยเติมน้ำตาลลงไปในอาหารทุกชนิด ขนาดที่ว่ากินข้าวไข่เจียวยังต้องใส่น้ำตาล ถ้าแบบนี้ไม่ดีแน่ค่ะ เลิกด่วน ปรุงให้น้อยลง หรือไม่ปรุงเลยจะดีมากค่ะ

10. จิบชาบ่อย ๆ

การดื่มชาจะช่วยให้ความอยากของหวานลดลง ใครที่กำลังเลิกอาการติดหวานลองซื้อชากลิ่นที่ชอบมาติดบ้านไว้ แล้วชงแบบไม่ใส่น้ำตาลไว้จิบระหว่างวันดูค่ะ

11. เปลี่ยนจากขนมปังขาวเป็นขนมปังโฮลวีท

วิธีแก้อาการติดหวาน

ขนมปังก็เป็นตัวการหลักของอาการติดหวานเช่นกัน เพราะเมื่อเรากินแป้งเข้าไปแป้งจะเปลี่ยนเป็นน้ำตาล ถ้าใครชอบกินขนมปังล่ะก็ลองเปลี่ยนจากขนมปังขาวเป็นขนมปังโฮลวีทแทนก็ช่วยได้ค่ะ เพราะในขนมปังโฮลวีทเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนที่จะใช้เวลาในการย่อยนานกว่า ทำให้อิ่มนานกว่าและไม่ส่งผลเสียต่อระดับน้ำตาลในเลือดเหมือนขนมปังขาวด้วยค่ะ

12. นอนพักผ่อนให้เพียงพอ

รู้มั้ยคะว่าการที่นอนไม่พอก็ทำให้เราอยากกินของหวานมากขึ้นเช่นกัน เพราะเมื่อนอนไม่พอร่างกายจะไม่สดชื่น และกระตุ้นให้เราอยากกินอะไรหวาน ๆ เพื่อมาเติมพลังงานและความสดชื่นให้ร่างกายค่ะ

13. ไม่ซื้อขนมหวานมาตุนไว้

วิธีแก้อาการติดหวาน

ในเมื่อมีขนมอยู่แล้วอดใจไม่ได้งั้นก็ไม่ต้องซื้อมาตุนไว้ค่ะ เวลาไปชอปปิ้งก็เปลี่ยนจากซื้อขนมหวาน ๆ อย่างเค้ก คุกกี้ ช็อกโกแลต เป็นพวกผลไม้ ธัญพืชอบแห้งแทนค่ะ

ค่อย ๆ ปรับกันไปนะคะ เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น และลดความเสี่ยงของโรคร้ายต่าง ๆ ที่อาจตามมาด้วย แต่ขอเตือนก่อนว่าค่อย ๆ ลดความหวานลงแทนการหักดิบดีกว่าค่ะ ไม่เช่นนั้นจะมีปัญหาขี้หงุดหงิดและอารมณ์แปรปรวนตามมาได้ค่ะ แล้วสุดท้ายอาจจะพาลให้อยากกินหวานมากกว่าเดิมจนตบะแตกได้ค่ะ

ภาพและข้อมูลมีลิขสิทธิ์เจ้าของโดย บริษัท ทิคเกิ้ลมีเดีย จำกัด ไม่อนุญาตให้คัดลอกข้อมูล และรูปภาพนำไปเผยแพร่ต่อ ไม่ว่าวิธีใดๆ ถ้าฝ่าฝืนทางบริษัทฯจะดำเนินการตามกฎหมาย เว้นแต่ได้มีการขออนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรกับทางบริษัทฯเรียบร้อยแล้ว

Credit : www.sanook.com , rabbitfinance.com

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

9 พฤติกรรมที่บอกว่าคุณติดหวาน แย่แน่ถ้าไม่รีบปรับ!!

12 อาหารไฟเบอร์สูง แต่แคลน้อย ช่วยลดน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ

5 อาหารต้องห้ามสำหรับมื้อเย็น ถ้าไม่อยากอ้วน

บทความโดย

kamonchanok