วิธีกู้หน้าที่พังจากการแพ้เครื่องสำอาง ให้กลับมาสวยปิ๊งเหมือนเดิม

lead image

อาการแบบไหนถึงเรียกว่าแพ้เครื่องสำอาง เช็คอาการแพ้เครื่องสำอาง และวิธีกู้ผิวที่พังจากการ แพ้เครื่องสำอาง ให้กลับมาเนียนสวยเหมือนเดิม

เชื่อว่ามีสาว ๆ หลายคนที่ชอบทดลอง เห็นอะไรออกใหม่ หรือได้ยินใครบอกว่าเครื่องสำอาง ครีมบำรุงตัวไหนดีก็อยากลองไปซะหมด ถ้าเป็นคนที่ไม่ค่อยแพ้อะไรก็ดีไป แต่บางคนดันเป็นคนแพ้ง่ายนี่สิ คราวนี้ล่ะทั้งสิวทั้งผื่นบุกเต็มหน้า แถมคันคะเยอ แต่เกาทีหน้าก็ถลอกเป็นแผล กลายเป็นปัญหาใหญ่หน้าพังกันเลยทีเดียว แต่ในเมื่อมันพังไปแล้วจะมัวมานั่งเสียใจก็คงไม่ได้อะไรขึ้นมา ทางที่ดีรีบหาวิธีรักษาอาการ แพ้เครื่องสำอาง ดีกว่าค่ะ ยิ่งรักษาเร็วยิ่งหายเร็วและช่วยลดอาการเห่อลุกลามด้วยนะคะ

แพ้เครื่องสำอาง มีอาการอย่างไรบ้าง?

แพ้เครื่องสำอาง

อาการแพ้เครื่องสำอางนั้นมีหลายแบบด้วยกันขึ้นอยู่กับสารที่เราแพ้และภูมิคุ้มกันแต่ละคนค่ะ ซึ่งมีตั้งแต่อาการเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างอาการคัน ไปจนถึงอาการที่ส่งผลต่อระบบในร่างกายเลยทีเดียว

1. คันยุบยิบ แสบร้อนใต้ผิว เป็นอาการที่เจอได้บ่อยที่สุด มักจะเกิดเป็นช่วงสั้นๆ ไม่เกิน 10 นาที หลังจากใช้ผลิตภัณฑ์ และเมื่อหยุดใช้อาการก็จะหายไป

2. ผื่นคัน อาจจะเป็นได้ตั้งแต่ผื่นแดงและคันเล็กน้อย ไปจนถึงขั้นที่เป็นตุ่มแดง ตุ่มน้ำ หรือเป็นขุย ซึ่งมักจะเป้นมากบริเวณรอบดวงตาเพราะเป้นช่วงที่ผิวบางที่สุด

3. ผื่นลมพิษ เป็นผื่นบวมแดงเป็นวงใหญ่และอาจมีอาการแสบร้อนหรือคันร่วมด้วย ถ้าเป็นมากอาจบวมทั้งหน้า หรือส่งผลให้แน่นหน้าอก หายใจไม่ออกได้เลยทีเดียว

4. เป็นรอยดำบนใบหน้า เครื่องสำอางบางชนิดอาจทำให้หน้าดำขึ้นได้เพราะมีสารเคมีที่เมื่อโดนแสงแล้วจะเกิดการแพ้แสงแดดเห็นเป็นรอยดำบริเวณที่สัมผัส  โดยจะทำให้หน้าคล้ำขึ้นทั้งหน้า หรืออาจจะเกิดรอยดำเป็นปื้นได้

5. เป็นปื้นสีขาวบนหน้า ครีมที่ทำให้ผิวขาวบางชนิดอาจมีสารจำพวกปรอทและสารอันตรายอื่น ๆ อยู่ ที่แม้ว่าจะช่วยให้ผิวขาวขึ้นได้จริง ๆ แต่จะขาวแบบไม่สม่ำเสมอ ๆ เกิดเป็นรอยด่างบนผิวแบบถาวร และมีอันตรายต่อสุขภาพด้วย

6. สิวขึ้น เครื่องสำอางบางชนิด มีส่วนประกอบของสารอันตรายที่ทำให้เกิดสิวได้ ถ้าใครสิวเห่อผิดปกติล่ะก็ให้สงสัยไว้ก่อนเลยค่ะว่าแพ้เครื่องสำอางเข้าแล้ว

7. ผลต่อระบบอื่น ๆ ของร่างกาย เช่นเยื่อบุตาอักเสบ หรือมีการสะสมของสารพิษในร่างกาย ซึ่งในกรณีนี้เป็นเพราะเครื่องสำอางนั้นไม่ได้มาตรฐาน และอาจจะมีสารอันตรายอย่างเช่น ปรอท หรือ ตะกั่ว ค่ะ

วิธีเช็คว่าแพ้เครื่องสำอางชนิดไหน

แพ้เครื่องสำอาง

ถ้ารู้ตัวแล้วว่าเกิดอาการแพ้เครื่องสำอาง ก็ต้องมาเช็คกันค่ะว่าแพ้เครื่องสำอางชนิดไหน จะได้หยุดใช้ได้ถูก

1.  ถ้าเพิ่งเริ่มใช้เครื่องสำอางตัวไหนแล้วมีอาการแพ้ล่ะก็ให้สงสัยไว้ก่อนเลยค่ะว่านี่แหละคือสาเหตุของอาการแพ้ของเรา

2. หากไม่ได้ใช้อะไรใหม่เลย ลองเช็คอายุของเครื่องสำอางที่ใช้อยู่ดูค่ะ เครื่องสำอางทุกชนิดมีระยะเวลาในการใช้งานอยู่ ถ้าเกิดว่าหมดอายุแล้วก็อาจจะก่อให้เกิดอาการแพ้ได้เช่นกันค่ะ

3. ถ้าไม่มั่นใจว่าแพ้อันไหนกันแน่ก็ต้องทำการทดลองค่ะ ด้วยการทาทุกอย่างที่ต้องสงสัยบริเวณใต้ท้องแขนวันละ 2 ครั้ง แต่บางอย่างอาจจะต้องใช้เวลาเป็นอาทิตย์กว่าจะเริ่มมีอาการแพ้ (จะให้แม่น ๆ ด้วยนะคะว่าทาอะไรไปตรงไหนบ้าง)

4. ถ้าทดสอบเองแล้วยังไม่รู้ผล หรือใครเป็นคนที่แพ้ง่ายมาก ๆ แนะนำว่าควรไปทำ สกินเทสต์ ที่โรงพยาบาลค่ะ เพราะเค้าจะนำสารที่เป็นส่วนประกอบของเครื่องสำอางมาแปะลงบนแผ่นหลังของเราเพื่อดูว่าเราแพ้อะไรบ้าง วิธีนี้ตอนทำอาจจะทรมานจากอาการคันนิดหน่อย แต่จะดีในระยะยาวเพราะเราจะได้รู้ว่าเราแพ้สารอะไรบ้าง และต่อไปจะได้เลือกซื้อเครื่องสำอางถูก ไม่ต้องมาเสี่ยงดวงว่าหน้าจะพังมั้ยค่ะ

ถ้าแพ้เครื่องสำอางไปแล้วต้องทำยังไง

แพ้เครื่องสำอาง

แพ้เครื่องสำอาง

ถ้าแพ้เครื่องสำอางไปแล้วก็บอกเลยว่าต้องทำใจนะคะว่ากว่าผิวจะกลับมาใสปิ๊งเหมือนเดิมต้องใช้เวลานานสักหน่อย ในกรณีที่แพ้หนักอาจจะต้องใช้เวลาฟื้นฟูเป็นเดือนกันเลยทีเดียว โดยมีวิธีในการปฏิบัติตัวระหว่างฟื้นฟูผิวดังนี้ค่ะ

1. งดใช้สบู่ หรือโฟมล้างหน้า แล้วใช้แต่น้ำเปล่าหรือน้ำเกลือล้างเท่านั้น เพราะในระยะนี้ผิวจะบอบบางมากจึงต้องหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีต่าง ๆ

2. งดการใช้ครีมบำรุงผิว ต่อให้ครีมบางตัวเรามั่นใจว่าไม่แพ้แน่ ๆ หรือเป็นครีมที่ใช้ประจำก็ไม่ควรค่ะ เพราะอาจมีสารที่ไปขัดขวางการรักษาอาการแพ้ได้ แต่ถ้ารู้สึกว่าหน้าแห้งเกินไปหรือทนไม่ไหวจริง ๆ ให้ไปปรึกษาคุณหมอเพื่อขอผลิตภัณฑ์บำรุงผิวแบบอ่อนโยนค่ะ

3. งดแต่งหน้า อยากสวยน่ะเข้าใจแต่พวกรองพื้น หรือกันแดดที่จะอุดตันผิวหน้าได้แนะนำให้หยุดไปยาว ๆ เลยค่ะ ทาได้แต่แป้งฝุ่นเท่านั้น แต่สามารถทาลิปสติกหรือแต่งตาได้นะคะในกรณีที่ ปาก และตาไม่มีอาการแพ้

4. เปลี่ยนมาใช้สบู่และยาสระผมที่ปลอดน้ำหอม เพราะน้ำหอมเป็นตัวการที่ทำให้เกิดอาการระคายเคืองได้มากที่สุด ระหว่างนี้จึงควรงดผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำหอมทั้งหมดเพื่อป้องกันไม่ให้ค่ะ

5. ปรึกษาแพทย์ ถ้าเป็นหนักมากจริง ๆ ก็ควรไปปรึกษาแพทย์ค่ะ เพราะอาจจะต้องใช้ยาในการรักษาควบคู่ไปด้วยเพื่อให้หายเร็วขึ้น

เรื่องการไม่แต่งหน้าอาจจะยากหน่อยสำหรับสาวบางคน แต่อดทนหน่อยนะคะจะได้หายเร็วขึ้นและป้องกันไม่ให้อาการแพ้รุนแรงขึ้นด้วยค่ะ

ภาพและข้อมูลมีลิขสิทธิ์เจ้าของโดย บริษัท ทิคเกิ้ลมีเดีย จำกัด ไม่อนุญาตให้คัดลอกข้อมูล และรูปภาพนำไปเผยแพร่ต่อ ไม่ว่าวิธีใดๆ ถ้าฝ่าฝืนทางบริษัทฯจะดำเนินการตามกฎหมาย เว้นแต่ได้มีการขออนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรกับทางบริษัทฯเรียบร้อยแล้ว

Credit : www.siamhealth.net

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

นอนน้อยยังไงให้หน้าไม่โทรม 5 เคล็ดลับดูแลหน้าให้สวยปิ๊งหลังตื่นนอน

5 สูตรน้ำผลไม้ดีท็อกซ์ลำไส้ หุ่นสวย ผิวใส

4 เครื่องสำอางเกาหลีแพ็กเกจสุดคิวต์ ที่เห็นแล้วบอกเลยว่า ต้องมี!

บทความโดย

kamonchanok